http://supattraaew.blogspot.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เครื่องฉายสไลด์ Samsung MBP-100


เทคโนโลยีสมัยใหม่เกี่ยวกับเครื่องฉายสไลด์หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม เครื่องโปรเจ้คเตอร์ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ มาในรุ่น Samsung MBP-100 รุ่นนี้มีรูปร่างเหมือนกล่องบุหรี่ เล็กกระทัดรัดสามารถพกพาไปได้ทุกที่ อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์มือถือ กล้องถ่ายรูป ได้อีกด้วย ทำให้เรานำภาพหรือวีดีโอ จากอุปกรณ์เหล่านี้มาแสดงโดยเครื่องฉายสไลด์ Samsung MBP-100 ได้เลยทันที

โดยทางบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิก วางแผนไว้ว่าจะวางขาย Samsung MBP-100 ในเกาหลีประมาณ เดือนมีนาคมนี้ สำหรับบ้านเรา คงต้องรอ Samsung MBP-100 อีกสักพัก

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วิธีการลง Windows XP Professional


1.ใส่แผ่น CD + Restart เครื่อง แล้วกด F10
2.Boot>เลือก Boot Device Priority แล้วกด Enter> เลือก 1St Boot Device [CD-ROM Group]
3.กด F10,YES,ENTER
4.กด Esc ถ้าอยู่ในไดร์ D กด L
5.เลือกไดร์ C>ENTER กด C
6.เลือก [Quick] ENTER กด F
7.หน้าจอจะแสดง Windows xp Professional Setup ตั้งชื่อ IT_12
8.ลบ Password>ENTER
9.หน้าจอแสดง Welcome to Microsoft Windowsกด Next
10.หน้าจอแสดง Help proect your PC ตลิก Not right now กด Next
11.หน้าจอแสดง Who will use this computer ตั้งชื่อ Your name IT_12 กด Next
12.กด Finish
การติดตั้ง Windows ยังไม่เสร็จเท่านี้นะ มีต่อ
13.คลิกขวาเลือก Properties
14.ขึ้นหน้าจอ Display Properties เลือก Desktop
15.ขึ้นหน้าจอ Display Properties เลือก Customize Desktop
16.ขึ้นหน้าจอ Desktop ltems ให้เราคลิก My Documents ,My Network ,My Computer แล้วกด OK
17.ขึ้นหน้าจอ Display Properties ให้กด OK
18.คลิกขวาเลือก Properties
19.ขึ้นหน้าจอ Display Properties เลือก Settings
20.คลิกขวาเลือก Display Properties ปรับให้เป็น 1,024 แล้วกด OK และกด Yes

สรุป การคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking)


สรุปการคิดเชิงสร้างสรรค์
สร้างสรรค์ ให้ความหมายถึงความคิดแง่บวกคือการพูดแง่บวก โดยที่ไม่มีในที่เกี่ยวข้องกลับความแตกต่าง หรือแปลกใหม่ ทั้งนี้ความคิดแง่บวกเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับลักษณะนิสัยมากกว่าวิธีคิด ตรงข้ามกับความคิดแง่ลบ ซึ่งหมายถึงความคิดที่ไม่ดีงาม คิดไม่ดีกับผู้อื่นหรือตนเอง คิดบั่นทอนกำลังใจ
สร้างสรรค์ ให้ความหมายถึงการกระทำที่ไม่ทำร้ายใคร ใช้ในการคิดที่ไม่ทำร้ายใคร การคิดและการกระทำในเชิงบวก มุ่งหมายเสริมสร้างให้ดีขึ้น ตรงข้ามกับความคิดและการกระทำในเชิงลบที่มุ่งทำลาย เป็นลักษณะการเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และสารมารถเอาไปใช้ได้
ความคิดนั้นที่จะสร้างสรรค์เกิดขึ้นได้ 2 ทาง
1. เริ่มจากจินตนาการ แล้วย้อนกลับสู่สภาพความเป็นจริง คือการคิดจินตนาการจากความฝัน ทำให้เป็นความจริงขึ้นมา
2.เริ่มจากความรู้แล้วคิดต่อยอดสู่สิ่งใหม่ คือการนำความรู้ที่มีอยู่แล้ว โดยเราไม่ได้คิดขึ้นมาเองนำมาทำให้เป็นสิ่งใหม่ๆ
ความคิดสร้างสรรค์ลักษณะนี้เกิดจากการนำเอาข้อมูลหรือความรู้ที่มีอยู่มาคิดต่อยอดหรือคิดเพิ่ม ฐานข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นเหมือน ”ตัวเขี่ยความคิด” ให้เราคิดในเรื่องใหม่ ๆ
การคิดเชิงสร้างสรรค์ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม หมายถึง การขยายขอบเขตความคิดออกไปจากกรอบความคิดเดิมที่มีอยู่ สู่ความคิดใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อค้นหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น
ลำดับขั้นของการคิดเชิงสร้างสรรค์
การคิดเชิงสร้างสรรค์ มักประกอบไปด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
- คิดอย่างมีเป้าหมาย ที่จะทำให้เราไปสู่ความสำเร็จ
- แสวงหาแนวคิดใหม่ๆ ที่จะแตกต่างเพื่อให้เป้าหมายที่เราคิดสำเร็จ
- ประเมินและคัดเลือกแนวคิดที่เราคิดได้มากลั่นกรอง สมเหตุสมผลตามความต้องการของเป้าหมาย
ทัศนคติของนักคิดสร้างสรรค์
เราต้องทำลายกรอบแห่งความคิด ทัศนคติที่ผิดๆ ให้คิดในแง่ที่ดีดี อย่าคิดในแง่ร้าย หยุดที่จะกลัวในความคิดในสิ่งที่จะลองทำ คิดตามใจตนเองอย่าดึงเพื่อนมาคิด เปิดรับประสบการณ์ หาความรู้ไม่ปิดโอกาสของตนเอง อย่ารักสบาย ต้องอดทนบากบั่น ทำให้สำเร็จ ไม่กลัวที่จะคิดต้องกล้าเสี่ยง สู้ต่อคำถามที่จะต้องให้มีคำตอบ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจเราจะต้องเรียนรู้เพื่อล้มเหลว และอย่าท้อกับความผิดพลาดที่จะเกิดจากความคิด
ความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ กำรงขันความคิด หรือทัศนคติผิด ๆ ที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ได้ทุกทำลายไป จากการสำรวจสถานะทางการคิดสร้างสรรค์ในบทที่ผ่านมา องค์ประกอบสำคัญที่ควรพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการคิดสร้างสรรค์คือ การพัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นเหมือนการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชำนาญในอนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การทำภาพฉีก(รัฐพงษ์ แก้วเตือนจิตร-เต้)

1.เปิดรูปเราขึ้นมา
2.ใช้เครื่องมือ Lasso Tool ตัดรูปให้ขาด
3.สร้างไฟล์ใหม่ให้เหมาะสมรูปที่จะวาง เป็น Layer 1
4.ลากภาพที่ตัดส่วนที่ 1 มาวางที่ Layer1
5.ตัดรูปส่วนที่ 2มาไว้ที่ Layer 2
6.จัดภาพให้เข้ากัน เทสีพื้นหลังตามความเหมาะสมของภาพ

การสร้างรูปก้อนเมฆ (สุภาวดี เก้งทนท์-แหม่ม)

1.เข้า File/New ตั้งกระดาษเปล่า
2.เปลี่ยนสี Color Box สีฟ้า
3.เข้าแถบเครื่องมือการเทสี เลือก Gradient Tool G คลิกแถบเครื่องมือตัวอย่างสี เลือก Reset Gradients OK
4.ลากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งตามที่เราต้องการ
5.เปลี่ยน Background ให้เป็น Layer 0
6.สร้าง Layer 1 ขึ้นมา
7.เปลี่ยนสี Color Box เปลี่ยนสีดำ,ขาว
8.เข้า Filter/Render เลือก Clouds
9.เข้า Filter/Render เลือก Difference Clouds
10.กด Ctrl+F
11.กด Ctrl+ L เปลี่ยน ช่องแรก 30,1.00,100 กด OK
12.คลิกขวา Layer 1 เลือก Duplicate Layer กด OK
13.เข้า Filter/Stylize เลือก Extrude ตั้งค่าช่องแรก 2,30 คลิก Level-based กด OK
14.เปลี่ยน Normal เป็น Screen ทั้ง 2 Layer
15.เข้า Filter/Blur เลือก Gaussian Blur ตั้งเป็น 1.9 กด OK
16.เข้าแถบเครื่องมือด้านซ้ายตัวที่ 8 พู่กัน คลิกขวาเลือก Eraser Tool E คลิกแถบเครื่องมือด้านบนช่อง 2 เปลี่ยนเป็น 9 pixel และเปลี่ยน Flow 10% แล้วคลิกตรงขอบก้อนเมฆ
17.เข้า Filter/Blur เลือก Gaussian Blur ตั้งเป็น 7 กด OK
18.แล้วเราก็ลากรูปมาใส่ เปลี่ยน Normal เป็น Screen

การทำหัว Blog (สยาม ศรีโสภา-แจ็ค)

1.เข้า File/New เลือก Custom เปลี่ยนช่อง Height 250 Resolution 300
2.ปรับสี Background ไล่ระดับสี
3.คลิก เลือก Gradient Tool
4.ลากตรงกรอบสี่เหลี่ยมด้านไหนก็ได้
5.จากนั้นก็เลือกรูปแล้วลากมาใส่กรอบที่เราทำไว้
6.คลิกตรง ด้านล่าง
7.ไปเลือกที่ Gradient Tool เพื่อเลือกภาพสุดท้าย
8.ไปเลือกที่ Gradient Tool คลิกซ้าย 1 ครั้ง แล้วคลิกตรงที่ใหม่แช่ไว้แล้วลากให้เป็นเส้นโค้งแล้วปล่อย กด Alt ค้างไว้ คลิกที่จุดดำแล้วอีกหนึ่งเส้นมันจะหายไป แล้วกลับมาคลิกที่จุดเริ่มต้นมันจะมาประกบกัน แล้วกด Ctrl + Enter มันจะมีเส้นปะขึ้นมา
9.สร้าง Layer ใหม่แล้วเลือกลงสี Gradient Tool แล้วกด Ctrl + D เส้นปะก็จะหายไป ถ้าเราอยากจะได้หลายๆ เส้นเราก็ไปกด Alt ค้างไว้แล้วก็ลากไปที่ที่เราต้องการ

การทำภาพ Lomo ( ธนะชัย สว่างกุล-เพียว)

1.เลือกภาพที่ต้องการ ควรเป็นภาพธรรมชาติ
2.สร้าง Background ขึ้นมาอีกหนึ่ง โดยคลิกขวาที่ Background คลิกที่ Dvplicate Layer
3.เปลี่ยนจาก Nomal- Soft Light
4.สร้าง layer- feather-30px-Rectargvlar Marquee Tool
5.ลากใส่รูปให้เป็นคล้ายกรอบรูป
5.คลิกขวา Select Inverse ใช้เครื่องมือ Paint Bucket Tool เพื่อเติมสีเลือกเป็นสีดำ-ขาว
6.จากนั้นกด ctrl+J เพื่อ copy layer เปลี่ยน Nomal ให้เป็น Overley ทั้งสอง
7.สร้าง layer ขึ้นมาอีกไปที่เครื่องมือ Gradient tool เป็นสีให้เป็นสีขาวหมด
8.แล้วลากเพื่อทำเป็นคล้ายๆแสงสว่าง แล้วเลื่อน layer นั้นมาใส่ระหว่างกลางของสอง layer ก่อนหน้า